สูตรไฮโล (Sic Bo Formula) คือ รูปแบบ เทคนิค หรือวิธีการวางเดิมพันที่นักเล่นหรือที่มักเรียกกันว่าเซียนพนัน คิดค้นและส่งต่อกันมา โดยมีความเชื่อว่าหากทำตามเงื่อนไขของสูตรเหล่านี้ จะช่วยเพิ่มโอกาสในการชนะ ลดความเสี่ยงและทำกำไรจากเกมไฮโลได้

สูตรไฮโลที่เห็นตามกลุ่มหรืออินเทอร์เน็ต มักจะแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลัก ๆ ดังนี้
1. สูตรอิงสถิติหรือการดูเค้า (Pattern Recognition) เป็นการจดบันทึกและสังเกตผลการทอยลูกเต๋าในตาที่ผ่าน ๆ มา เพื่อนำมาเป็นหลักเกณฑ์ในการเดาผลตาถัดไป ตัวอย่างเช่น
- เค้ามังกร ถ้าออกสูงติดต่อกันหลายตา สูตรจะแนะนำให้แทงสูงตามไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะเปลี่ยน
- เค้าปิงปอง ถ้าผลออกสลับกัน เช่น สูง-ต่ำ-สูง-ต่ำ สูตรจะแนะนำให้แทงสลับตามสถิติ
2. สูตรการเดินเงิน (Betting Systems) สูตรประเภทนี้จะไม่ได้เน้นว่าจะต้องทายหน้าเต๋าฝั่งไหน แต่จะไปเน้นที่จำนวนเงินที่จะวางในแต่ละตาแทน เช่น
- สูตรแทงทบ (Martingale) เมื่อแทงเสีย ตาถัดไปให้เพิ่มเงินเดิมพันเป็น 2 เท่า (เช่น 100 -> 200 -> 400) เพื่อที่เวลาชนะจะได้ทั้งทุนคืนและกำไร
- สูตรเดินเงินแบบคงที่ หรือแบบขั้นบันได เพื่อบริหารหน้าตักให้อยู่ในเกมได้นานที่สุด
3. สูตรการแทงกั๊กหรือกระจายความเสี่ยง (Hedging) ไฮโลเป็นเกมที่มีตัวเลือกให้แทงเยอะมาก สูตรนี้จึงเน้นการวางเงินเดิมพันหลาย ๆ ช่องพร้อมกันเพื่อปิดประตูแพ้ หรือลดความเสี่ยง เช่น การแทงหน้าสูงเอาไว้เป็นหลัก แล้วเอาเงินอีกส่วนไปแทงโต๊ด หรือแทงเต็งเลขฝั่งต่ำดักเอาไว้ เพื่อที่เวลาลูกเต๋าออกพลิกล็อก ก็ยังมีโอกาสได้ทุนคืนกลับมาบ้าง
สูตรไฮโลที่แจกตามกลุ่มเวิร์กจริงไหม?
ไม่ว่าจะเป็นสูตรดูเค้าโยนหินถามทาง หรือสูตรเดินเงินจากเซียนในกลุ่ม สูตรไฮโลหากนำมาคำนวณตามหลักความน่าจะเป็น (Probability) ทุกสูตรมีจุดจบเดียวกันคือพ่ายแพ้ให้กับความได้เปรียบของเจ้ามือ (House Edge) ด้วยเหตุผลทางคณิตศาสตร์ 3 ข้อนี้
1 ลูกเต๋าไม่มีความจำ (Independent Events)
การทอยลูกเต๋าเป็นเหตุการณ์อิสระหมายความว่าผลลัพธ์ในตาปัจจุบัน จะไม่ได้รับอิทธิพลใด ๆ จากตาที่ผ่านมาเลย แม้ในกระดานสถิติจะออกสูง มาแล้ว 5 ตาติด โอกาสที่ตาต่อไปจะออกสูงหรือต่ำก็ยังคงเท่าเดิม (ไม่ได้แปลว่าตาต่อไปจะต้องออกต่ำเพื่อดึงสถิติให้สมดุล) การเอาสถิติในอดีตมาคำนวณอนาคตในเกมลูกเต๋า ถือเป็นความเข้าใจผิดทางสถิติที่เรียกว่าตรรกะวิบัติของนักพนัน (Gambler’s Fallacy)
2 อัตราจ่ายถูกออกแบบให้เราเสียเปรียบเสมอ
คาสิโนหรือเจ้ามือไม่ได้โกงด้วยหน้าเต๋า แต่เอาชนะด้วยคณิตศาสตร์ตั้งแต่ตอนตั้งอัตราจ่าย (Payout) ยกตัวอย่างเช่น
- แทงสูง/ต่ำ โอกาสออกสูงหรือต่ำดูเหมือนจะเป็นครึ่ง ๆ หรือ 50% แต่จริง ๆ แล้วกติกาจะกำหนดให้เจ้ามือชนะเมื่อผลรวมหน้าเต๋าออก 11 ไฮโล (หรือบางที่ออกตอง) ทำให้ความน่าจะเป็นที่เราจะชนะจริงๆ ลดลงเหลือแค่ประมาณ 48.6%
- เมื่อความน่าจะเป็นที่เราจะชนะต่ำกว่า 50% แต่เวลาจ่ายดันจ่ายแค่ 1:1 หมายความว่าในระยะยาว (เมื่อเล่นไปจำนวนตามากพอ) ค่าคาดหมาย (Expected Value) หรือผลกำไรสุทธิของเราจะติดลบเสมอ ไม่ว่าจะใช้สูตรไฮโลไหนก็ตาม
3 จุดอ่อนของสูตรแทงทบ (Martingale)
หลายกลุ่มมักสอนสูตรไฮโลเดินเงินแบบแทงทบเมื่อทายพลาด (1 -> 2 -> 4 -> 8 -> 16…) ในทางทฤษฎีดูเหมือนจะไม่มีวันขาดทุนเพราะถ้าชนะตาเดียวก็จะได้ทุนคืนพร้อมกำไร 1 หน่วยเสมอ แต่ในโลกความจริงสูตรนี้มักจะทำให้หมดตัวเพราะ
- ทุนมีจำกัด หากคุณดวงตกแพ้ติดกัน 7-8 ตา คุณจะต้องใช้เงินทุนมหาศาลเพื่อแลกกับกำไรแค่ 1 หน่วยเริ่มต้น
- เพดานโต๊ะ (Table Limit) ทุกโต๊ะจะมีการตั้งลิมิตการแทงสูงสุดเอาไว้เพื่อดักทางคนใช้สูตรไฮโลนี้ เมื่อคุณแพ้ติดกันจนต้องทบเงินเกินเพดานที่โต๊ะรับได้ สูตรจะแตกและขาดทุนยับเยินทันที